ข้อมูลหน้าแรก

         

          วัฒนธรรมวิถีชีวิตของคนในสังคม มนุษย์สร้างวัฒนธรรมเพื่อแก้ปัญหา ในการดำ รงอยู่และคอยสนองความต้องการทั้งทางร่างกาย จิตใจและสังคม วัฒนธรรมของแต่ละสังคมที่ได้มาจากการเรียนรู้ มีการสั่งสมและสืบทอดกันมา จนกลายเป็นมรดกทางสังคมที่ต้องการยึดถือและปฏิบัติ วัฒนธรรมจึงเปรียบ เหมือนกระจกเงาที่สะท้อนวิถีชีวิตของมนุษย์ในสังคม การเข้าใจวัฒนธรรมของ ชนกลุ่มใดหรือสังคมใด ย่อมทำ ให้เข้าใจเรื่องราววิถีชีวิตของกลุ่มชนหรือสังคม นั้นได้เป็นอย่างดีกล่าวได้ว่า “วัฒนธรรมเป็นมรดกทางสังคมที่ครอบคลุมทุกสิ่ง ทุกอย่างที่แสดงออกถึงวิถีของมนุษย์โดยแต่ละสังคมมีวัฒนธรรมเป็นของตนเอง” (สุพัตรา สุภาพ, 2518 : 119) เราควรตระหนักในข้อเท็จจริงประการหนึ่งว่า เราไม่อาจปฏิเสธ วัฒนธรรมเก่าแก่อันเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตจิตใจประชาชน และสะท้อนให้เห็นถึง ลักษณะพื้นฐานของสังคมประชาชน ถ้าเราต้องการศึกษาเรื่องของมนุษย์ในแต่ละ ท้องถิ่นให้เข้าใจ เราก็ควรศึกษาสิ่งที่เรียกว่า วัฒนธรรมในท้องถิ่นนั้นๆ ให้แจ่ม แจ้ง เพลงชาน้อง หรือเพลงกล่อมเด็กภาคใต้ หรือเพลงร้องเรือ เป็น วรรณกรรมท้องถิ่นประเภทมุขปาฐะ เป็นวรรณกรรมท้องถิ่นของชาวภาคใต้อย่าง หนึ่งที่เกิดจากชาวบ้าน ลักษณะการร้องจะใช้เสียงตามจินตนาการของผู้ร้อง มากกว่าจะนึกถึงจังหวะและทำ นองเพลง เนื้อร้องมักจะเกี่ยวกับธรรมชาติและ คำสอนสตรีในเพลงกล่อมเด็กภาคใต้ 1 สำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฎสงขลา สิ่งแวดล้อม ตลอดจนสภาพของสังคมโดยทั่วไปของแต่ละท้องถิ่น เพลง กล่อม เด็ก นอกจากจะขับกล่อมให้เด็ก ลดความตึงเครียดและลดความเบื่อหน่ายในการ เลี้ยงดูเด็ก แล้วเนื้อหาของเพลงกล่อมเด็ก ได้สะท้อนสภาพชีวิต วิถีชีวิต ความ เชื่อ ตลอดจนขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ประเพณีต่างๆ เอาไว้โดยถ่ายทอด ออกมาในรูปแบบของความเชื่อ ค่านิยม และปรัชญาชีวิต ด้วยสาเหตุนี้เองเนื้อ ร้องของเพลงกล่อมเด็กจึงมีเนื้อหาหลายสิ่งหลายอย่างผสมผสานกัน เช่น เนื้อหา เกี่ยวกับขนบธรรมเนียมประเพณี เกี่ยวกับหลักธรรมะหรือคติเตือนใจ เกี่ยวกับ ความรักของหนุ่มสาว หรือ ถ้อยคำ ประชดประชันเสียดสีเป็นต้น เนื้อเพลงบท ใดมีคติสอนใจ ก็มักจะจดจำ และร้องกันอย่างแพร่หลาย ซึ่งส่วนใหญ่ผู้ขับกล่อม จะแฝงคำ สอนต่างๆเอาไว้เพื่อสั่งสอนเด็กไปในตัว วรรณกรรมท้องถิ่นประเภทเพลงกล่อมเด็กภาคใต้นี้มีลักษณะการ แสดงออกที่พิเศษอยู่อย่างหนึ่ง ซึ่งเป็นลักษณะเด่นที่แตกต่างจากวรรณกรรมท้อง ถิ่นประเภทอื่นๆ คือ เพลงกล่อมเด็กแทบทุกบทจะปรากฏลักษณะการแสดงออก ในเรื่องของการใช้ถ้อยคำ เสียดสี เหน็บแนมหรือแม้แต่คำด่าทอ ซึ่งบางครั้งก็ กล่าวออกมาอย่างตรงไปตรงมาไม่อ้อมค้อม อันเป็นลักษณะนิสัยเฉพาะของคน ภาคใต้นั่นเอง หรือบางครั้งก็นำ เสนอเนื้อหาโดยใช้สำ นวนโวหารกระทบกระเทียบ เปรียบเปรย เนื้อหาประเภทนี้จะอุดมไปด้วยโวหารที่คมคายและเต็มไปด้วยศิลปะ การเลือกใช้ถ้อยคำ ที่ทำ ให้ฝ่ายหนึ่งรู้สึกเจ็บและแสดงให้เห็นถึงอารมณ์ของผู้ขับ อีกด้วย คำ สอนสตรีในเพลงกล่อมเด็ก จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะนอกจาก จะได้ทราบถึงเจตนาของคำ สอน อันเป็นภูมิปัญญาทางคติชนวิทยา ซึ่งเป็น วัฒนธรรมพื้นบ้านภาคใต้โดยตรงแล้ว ยังเป็นการเรียนรู้ เผยแพร่ให้แก่ชนรุ่น หลังได้รู้จัก และเห็นคุณค่าของเพลงกล่อมเด็กได้กว้างขวางขึ้น ซึ่งจะเป็นการ สืบทอดวัฒนธรรมอันล้ำค่าสำ หรับอนุชนรุ่นหลังที่จะได้ศึกษาภูมิปัญญา วิถีชีวิต ของบรรพบุรุษไว้ตราบนานเท่านาน

 

          ความหมายและความเป็นมา เพลงกล่อมเด็กภาคใต้ หรือเพลงช้าน้องเป็นบทเพลงชนิดหนึ่งของชาว ปักษ์ใต้ที่ใช้ร้องสำ หรับขับกล่อมให้เด็กนอนหลับ ในสมัยก่อนมีร้องกันทั่วไปแทบ ทุกครัวเรือน และแพร่หลายครอบคลุมในทุกพื้นที่ของภาคใต้ลักษณะทั่วไปของ เพลงกล่อมเด็กเป็นบทกลอนชาวบ้านที่นำคำ ง่ายๆ มาเรียงร้อยให้มีเสียงสัมผัส คล้องจองกัน ลักษณะบังคับก็ไม่ตายตัว ยืดหยุ่นได้มาก ใช้วิธีการจดจำ รับช่วง ต่อกันเป็นทอดๆ คือ ถ่ายทอดด้วยปาก (ORAL TRANSMISSION) ด้วยเหตุที่ ใช้วิธีการถ่ายทอดบทเพลงในลักษณะดังกล่าว ทำ ให้ในเพลงเดียวกัน ผิดเพี้ยน แตกต่างออกไป ทั้งนี้อาจจะเป็นเพราะการเผลอลืม หรืออีกประการหนึ่ง ภาษา ถิ่นของแต่ละท้องถิ่นเป็นตัวกำ หนดในบทเพลงนั้นมีสำ นวนภาษาที่แตกต่างกัน สาเหตุที่เรียกเพลงกล่อมเด็กว่าเพลงชาน้อง หรือเพลงช้าน้องนั้นเป็น เพราะคำว่า “ชา” และ “ช้า” มีความหมายว่า ขับกล่อมให้น้องนอนนั่นเอง ตัวอย่าง

เวเปลเหอ แม่สั่งให้เวช้าช้า

แม่โผกเปลผ้า

เวโหยนโยนช้าให้น้องนอน

เวลาน้องอยากนม

ให้พาไปส่งพระมารดร

เวโหยนโยนช้าให้น้องนอน

ตอนเที่ยงอาบน้ำ ให้